เปลี่ยนโช๊คอัพใหม่แล้ว ทำไมรถยังแข็งกระด้างอยู่?

Profender เปลี่ยนโช๊คอัพใหม่ก็แล้ว ทำไมรถยังแข็งกระด้างอยู่

 398 total views,  12 views today

คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมรถยังแข็งกระด้างอยู่ ทั้ง ๆ ที่เพิ่งเปลี่ยนโช๊คอัพรถยนต์ รถกระบะ หรือรถออฟโรดมาใหม่ ๆ เลือกสเปกโช๊คอัพให้เหมาะกับการใช้งานของรถแล้ว แต่อาการรถแข็งกระด้างก็ยังไม่หายไป วันนี้ Profender มีคำตอบมาให้คุณ

อาการรถแข็งกระด้าง

  • รถของคุณไม่มีความนุ่มนิ่มอีกต่อไป ขับแล้วรู้สึกถึงความแข็งกระด้าง รถสะเทือนกึงกังเหมือนถูกโยนไปมา
  • รถกระเด้งไปมาทุกครั้งที่เคลื่อนที่ผ่านถนนขรุขระ ผ่านลูกระนาด หรือแม้แต่บนถนนทางเรียบเมื่อคุณขับขี่ด้วยความเร็วสูง
  • ควบคุมรถยากผิดปกติ รถเหวี่ยงหรือเสียจังหวะเมื่อเข้าโค้งหรือเปลี่ยนเลน ไม่ว่าจะขับขี่ด้วยความเร็วสูงหรือความเร็วปกติ  

เมื่อเจออาการเหล่านี้ หลายคนมักคิดว่าโช๊คอัพมีปัญหา โช๊คอัพตาย โช๊คอัพรั่ว หรือไม่ก็โช๊คอัพเสื่อมสภาพไปตามการใช้ ซึ่งมันจะไม่แปลกเลยหากว่าคุณใช้โช๊คอัพตัวนี้มานานแล้ว แต่หากว่าคุณเพิ่งเปลี่ยนโช๊คอัพล่ะ แล้วทำไมอาการรถแข็งกระด้างยังเกิดขึ้นได้อีกล่ะ แบบนี้ไม่ใช่อาการโช๊คอัพกระด้างสิ 

สาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้รถแข็งกระด้าง

Profender อยากบอกว่ายังมีสาเหตุอื่น ๆ ที่ส่งผลให้รถกระด้างได้โดยไม่เกี่ยวข้องกับโช๊คอัพเลยแม้แต่นิดเดียว 

ลมยางไม่เหมาะสม

คุณรู้หรือไม่ว่าเมื่ออากาศร้อน ลมยางจะแข็งขึ้นกว่าเดิม หากคุณเติมลมยางจนแข็งอยู่ก่อนแล้ว เมื่อเจออากาศร้อนแบบประเทศไทยเข้า ยางจะแข็งกว่าเดิม ส่งผลให้การขับขี่รถมีความแข็งกระด้างมากขึ้น คำแนะนำคือเติมลมยางให้ตรงตามมาตรฐานที่กำหนดของรถยนต์รุ่นนั้น ๆ ซึ่งระดับที่เหมาะสมจะระบุไว้ตรงขอบประตูรถ โดยรถกระบะจะแนะนำอยู่ที่ 29-32 psi หรือดูคำแนะนำได้ที่ เช็กลมยางรถกระบะ เติมเท่าไรถึงพอดี

ขนาดล้อรถยนต์

ขนาดของล้อที่ต่างกัน  เช่น 18 หรือ 20 นิ้ว จะมีสเปกความกว้างของหน้ายางที่ต่างกันด้วย และความกว้างของหน้ายางก็ส่งผลต่อความแข็งของรถยนต์ด้วยเช่นกัน ยิ่งหน้ากว้าง ยิ่งมีการสัมผัสของล้อยางกับถนนมากยิ่งขึ้น และยิ่งกว้าง ยิ่งส่งผลต่อความแข็งรถยนต์ยิ่งขึ้นเช่นกัน และล้อยิ่งใหญ่ แก้มยางยิ่งบางลง รถจึงแข็งมากขึ้นด้วย โดยความกว้างของยางที่มากกว่า 9 นิ้วขึ้นไปมักเป็นต้นเหตุของอาการรถแข็งกระด้าง

ชนิดของยาง

ยางตระกูล H/T, A/T และ M/T ซึ่งคือยาง All terrain กับ Mus terrian จะมีความแข็งของยางมากกว่ายางที่ติดรถออกมาจากศูนย์ ซึ่งหากว่าคุณเติมลมยางตระกูล A/T, M/T ก็ควรเติมให้ลมยางให้อ่อนกว่ามาตรฐานเล็กน้อย เพราะยางมีความแข็งมากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หากเติมตามมาตรฐานแล้วยางแข็งตัวมากขึ้นเพราะอากาศร้อน ยางจะแข็งและไม่อาจช่วยซึมซับแรงสะเทือนจากถนน ทำให้การขับขี่มีความกระด้างมากขึ้น

สปริง

สปริงที่เลือกใช้อาจไม่เหมาะสมกับรถยนต์หรือการใช้งาน เช่น เลือกใช้สปริงที่รับโหลดมาใส่รถ ซึ่งคำว่า ‘รับโหลด’ หมายความว่า กันชนหน้าที่รับโหลดวินซ์​ (Winch) หรือรอกไฟฟ้าที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 50-100 กิโลกรัม หรือพูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือเลือกสปริงที่มีค่า N แข็งเพื่อให้สามารถรับน้ำหนักของกันชนและอุปกรณ์เสริมที่มีน้ำหนักมาก แต่เมื่อนำสปริงนี้มาใส่กับรถทั่วไปที่ไม่ได้ติดตั้งอุปกรณ์เสริม ก็จะทำให้รถมีความแข็งกระด้างตามค่าของสปริงนั้น ๆ ดังนั้นคุณควรเลือกสปริงให้เหมาะกับรถและอุปกรณ์เสริม

อุปกรณ์เสริม

อุปกรณ์เสริมอย่าง ‘กันโคลง’ ที่ใส่เข้าไปส่งผลต่อความแข็งกระด้างของการขับขี่ได้เช่นกัน เพราะเจ้ากันโคลงนี้จะช่วยเพิ่มความกระชับและความหนืดเข้ามาเพื่อให้รถไม่โคลงเคลงเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง เมื่อมันปรับระดับความหนืดแล้ว สิ่งที่ส่งผลต่อช่วงล่างคือความนิ่มนวลลดลง ดังนั้นคุณจึงรู้สึกถึงความแข็งของช่วงล่างมากขึ้นนั้นเอง

หากคุณไม่แน่ใจว่ารถยนต์ รถกระบะ หรือรถออฟโรดของคุณแข็งกระด้างเพราะสาเหตุต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้นหรือไม่ หรือเป็นเพราะเลือกโช๊คอัพไม่ดีกันแน่น คุณสามารถขอรับคำปรึกษาจากช่างมากประสบการณ์หรือตัวแทนจำหน่ายของ Profender ได้ที่ ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

This site uses cookies to offer you a better browsing experience. By browsing this website, you agree to our use of cookies.