6 สัญญาณอันตราย ที่บอกว่าโช๊คอัพรถกระบะมีปัญหา ถึงเวลาต้องเปลี่ยน!

6 สัญญาณอันตราย ที่บอกว่าโช๊คอัพรถกระบะมีปัญหา ถึงเวลาต้องเปลี่ยน!

เมื่อคุณใช้รถกระบะ ไประยะหนึ่ง อาจรู้สึกได้ ว่ารถไม่นิ่มนวล เหมือนเช่นเคย มีการโคลงเคลง ยุบตัว แล้วไม่คืนตัวเหมือน ประสิทธิภาพในการเกาะถนน ลดลง นั่นอาจเป็นผล มาจากโช๊คอัพรั่ว พัง แตก หรือ เสื่อมสภาพ

ดังนั้นก่อนที่จะปล่อยให้รถกระบะของคุณมีความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ คุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า โช๊คอัพของคุณยังดีอยู่หรือว่า เริ่มมีปัญหาจนถึงเวลาต้องเปลี่ยนโช๊คอันใหม่แล้ว ซึ่งคุณสามารถสังเกตได้จากสัญญาณทั้ง 6 นี้

1. การขับขี่มีความนุ่มยวบย้วยหรือแข็งกระด้างผิดปกติ

หากโช๊คอัพเริ่มเสื่อมสภาพ การดูดซับแรงสะเทือนและประสิทธิภาพการคืนตัวก็จะเปลี่ยนไปด้วย โดยเฉพาะเมื่อขับขี่ผ่านถนนที่มีความขรุขระ โช๊คอัพที่เสื่อมสภาพอาจยุบตัวอย่างรวดเร็วจนห้องโดยสารนุ่มยวบย้วยผิดปกติ หรือโช๊คอัพอาจไม่ยุบตัวเลยจนทำให้ห้องโดยสารรับแรงสะเทือนไปตรง ๆ จนรู้สึกได้ถึงความแข็งกระด้างชนิดที่ผิดปกติ ทั้งยังเกิดเสียงดังตึงตังทุกครั้งที่เจอแรงสะเทือนอีกด้วย

ชมคลิปอธิบาย เปลี่ยนโช๊คแล้วทำไหมยังแข็ง 

2. รถโคลงเคลง ร่อน ไม่เกาะถนน

หากคุณขับรถด้วยความเร็วเกินกว่า 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้วรู้สึกว่า รถไม่เกาะถนน มีอาการส่ายไปมา ร่อน หรือโคลงเคลงอย่างรุนแรงเมื่อเข้าโค้ง นั่นอาจเป็นสาเหตุมาจากโช๊คอัพเสื่อมสภาพจนไม่อาจสร้างแรงหน่วงภายในกระบอกโช๊คอัพ ส่งผลให้โช๊คอัพยืดและหดอย่างรวดเร็ว รถจึงโคลงเคลงและไม่เกาะถนน

3. น้ำมันโช๊คอัพรั่ว

สัญญาณที่เห็นได้ชัดของโช๊คอัพพังก็คือ มีน้ำมันรั่วออกมาจากบริเวณซีลโช๊คอัพจนทิ้งคราบเหนียวเอาไว้ น้ำมันนี้คือ “น้ำมันไฮดรอลิก” น้ำมันตัวนี้คือ น้ำมันที่อยู่ในกระบอกโช๊คอัพ หากมันรั่วออกมา นั่นหมายความว่า โช๊คอัพชิ้นนี้ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ต้องซ่อมหรือเปลี่ยนโดยด่วน

4. โช๊คอัพไม่ร้อน

วิธีการตรวจสอบว่าโช๊คอัพร้อนหรือไม่ทำได้ด้วยตัวเอง หลังจากที่คุณใช้งานรถยนต์ตามปกติ ให้คุณใช้มือสัมผัสกับโช๊คอัพโดยตรง หากมันร้อน นั่นแสดงว่า โช๊คอัพยังทำงานปกติ แต่หากไม่ร้อนก็แสดงว่าโช๊คอัพเสีย ไม่ทำงาน จึงไม่มีความร้อนออกมาจากตัวกระบอกโช๊คอัพ

5. โช๊คอัพมีรูปร่างผิดปกติ

สัญญาณที่เห็นได้ชัดเจนเมื่อโช๊คอัพพังคือ รูปร่างของโช๊คอัพผิดปกติไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด เช่น คดงอ บิดเบี้ยว มีรอยยุบ บุบ ไม่สมมาตรเหมือนเดิม อาจเกิดจากการใช้งานมากเกินไปหรือพังเพราะโดนแรงกระแทกที่มากเกินไป

6. รถเสียสมดุล

โช๊คอัพที่ดีจะช่วยให้รถมีสมดุลที่ดี แต่หากว่าโช๊คอัพเริ่มเสื่อม การรองรับน้ำหนักตัวรถทั้งคันก็จะเริ่มเปลี่ยนไปด้วย น้ำหนักรถอาจจะเทไปยังฝั่งใดฝั่งหนึ่งมากเกินไป คุณสามารถสังเกตได้จากรอยสึกของยางรถยนต์ หากรอยสึกไม่สม่ำเสมอ ยางไม่เรียบเท่ากัน มีรอยเป็นบั้ง ๆ ไม่เท่ากัน นั่นก็หมายความว่าโช๊คอัพเริ่มเสื่อม รถเสียสมดุล ทำให้ยางรถยนต์ต้องทำงานหนักไม่เท่ากัน  

สาเหตุของการอาการโช๊คอัพรถกระบะเสื่อมสภาพ

สาเหตุที่ทำให้โช๊คอัพเสื่อมสภาพ รั่ว หรือพัง นั้นมีต้นเหตุมาได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ทั้งปัจจัยภายนอก จากสภาพถนนและปัจจัยอย่างพฤติกรรมการขับขี่ของคุณเอง โดยสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้โช๊คอัพพังมักมีดังนี้

1.รับน้ำหนักมากเกิน

หากบรรทุกน้ำหรือมีผู้โดยสารมากเกินที่โช๊คอัพจะรับไหว น้ำหนักส่วนเกินเหล่านั้นจะทำให้โช๊คอัพทำงานรับแรงกระแทกได้ไม่เต็มที่ และยังทำให้เสื่อมสภาพเร็วขึ้นด้วย ตามมาด้วยปัญหารั่วหรือแตกได้ 

2. ใช้ถนนที่ขรุขระเป็นประจำ

การขับขี่บนถนนที่ไม่เรียบ เช่น ขรุขระ เป็นหลุมเป็นบ่อ มีลูกระนาดเยอะ อยู่เป็นประจำ โช๊คอัพจะทำงานหนักมากเป็นพิเศษ เมื่อรับแรงกระแทกสะเทือนอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานก็จะทำให้โช๊คอัพเสื่อมภาพเร็วยิ่งขึ้น 

3.  ขับขี่ด้วยความเร็วบนเส้นทางคดเคี้ยว

ทุกครั้งที่เข้าโค้ง โช๊คอัพจะทำงานหนักมากเป็นพิเศษเพื่อให้รถกระบะของคุณเกาะถนนมากยิ่งขึ้น ดังนั้นหากว่า คุณขับขี่บนเส้นทางที่โค้งเยอะด้วยความเร็วสูงบ่อย ๆ โช๊คอัพก็จะทำงานหนักมากเกินไปจนเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว

4. เสื่อมสภาพไปตามเวลา

โช๊คอัพมีอายุการใช้งานเฉลี่ย 3-5 ปีขึ้นอยู่กับเส้นทางและพฤติกรรมของผู้ใช้ คุณควรเปลี่ยนโช๊คอัพเมื่อมันเสื่อมสภาพ อย่าฝืนใช้งานต่อเพราะอาจทำให้ช่วงล่างของรถพังไปด้วย และยังอาจเกิดอันตรายได้เช่นกัน 

ชมคลิป โช๊คอัพรถเสีย แบบไหนซ่อมได้ แบบไหนซ่อมไม่ได้

เพื่อไม่ให้โช๊คอัพเสื่อมสภาพก่อนระยะเวลาที่ควร คุณจึงไม่ควรบรรทุกน้ำหนักมากเกินไป เลี่ยงใช้ถนนที่ขรุขระมีหลุมมีบ่อเยอะเกิน หรือหากต้องใช้ถนนที่ไม่ราบเรียบจริง ๆ หรือมีโค้งเยอะ ๆ ก็ควรชะลอความเร็ว ขับให้ช้าที่สุดเท่าที่จะทำให้ เพื่อลดแรงสะเทือนและลดภาระการทำงานของโช๊คอัพ ที่สำคัญเลยคือ ควรเปลี่ยนโช๊คอัพตามระยะเวลาที่กำหนด

หากพบว่าโช๊คอัพเสื่อมสภาพแล้ว คุณควรเปลี่ยนโดยเร็วที่สุด ไม่ควรปล่อยไว้นานหรือฝืนใช้งานต่อไป เพราะแม้ว่ามันจะยังสามารถใช้งานได้ แต่ประสิทธิภาพการใช้งานนั้นไม่เต็มร้อยอีกต่อไป ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันได้เช่นกัน 

สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบรับประกันสินค้าของเราได้ที่ Facebook: Profendershox

This site uses cookies to offer you a better browsing experience. By browsing this website, you agree to our use of cookies.